รุ่งเช้าหลังคืนสนทนาในคลังเอกสารจ้าวอวิ๋นเซียวไม่ได้รีบทำอะไร
เขาไม่ได้ส่งคนออกจากวังไม่ได้เรียกขุนนางสอบสวน
เพราะเรื่องแบบนี้ถ้าขยับเร็วเกินไปสิ่งที่ซ่อนอยู่จะหายไปก่อน
เขาเพียงเปิดแฟ้มเดิมอีกครั้ง
รายชื่อที่ถูกบันทึกว่า"ย้ายออกนอกพื้นที่"
เป็นคำที่ใช้กันมานานในราชสำนักเมื่อไม่ต้องการเขียนคำว่า"หายไป"
เขาอ่านบันทึกซ้ำช้า ๆ
เสิ่นเหวิน
อายุยี่สิบห้าตำแหน่ง: ผู้ช่วยคัดลอกเอกสาร
สถานะ:ย้ายออกนอกพื้นที่ตามคำสั่ง
ไม่มีปลายทางไม่มีผู้รับผิดชอบ
เอกสารแบบนี้มักถูกเขียนให้ "ไม่สมบูรณ์"
จ้าวอวิ๋นเซียวหลับตา
คราวนี้เขาตั้งใจใช้พลัง
ภาพอนาคตไม่ได้ปรากฏแต่เศษอดีตสั้น ๆ แทรกเข้ามา
ชายหนุ่มคนหนึ่งถูกพาออกจากห้องเอกสารตอนกลางคืน
ไม่มีการมัดมือไม่มีทหารถือดาบ
มีเพียงขุนนางสองคนและรถม้าปิดม่าน
ภาพจบลงตรงประตูเมือง
ไม่ใช่ภาพของคนที่จะถูกฆ่า
แต่เป็นภาพของคนที่กำลังถูกพาไป"ที่อื่น"
จ้าวอวิ๋นเซียวลืมตา
"ยังมีชีวิตอยู่…"เขาพึมพำ
ไม่ใช่ความแน่ใจแต่เป็นความเป็นไปได้ที่หนักพอจะต้องตามต่อ
ในสวนหลังตำหนักจ้าวเหยียนเซวียนกำลังเดินหมากกับหลินชิงอวี้
หมากสีดำหยุดอยู่กลางกระดานก่อนที่ฮ่องเต้จะวางหมากอีกตัวลง
"ถ้าคนคนหนึ่งถูกลบออกจากระบบ"พระองค์กล่าว"มีสามทาง"
หลินชิงอวี้มองกระดาน
"ตาย"นางตอบ
"ถูกเนรเทศ"พระองค์กล่าวต่อ
"หรือ…"นางหยิบหมากอีกตัววางลง
"ถูกเก็บไว้ใช้"
ความเงียบตกลงบนกระดานหมาก
ในอีกมุมของวังจ้าวหลิงเยว่กำลังมองสายน้ำในสระ
ภาพอนาคตที่เห็นเมื่อคืนยังไม่ชัด
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามา
เงาของชายคนหนึ่งยืนอยู่หลังม่านเหล็ก
ไม่ใช่นักโทษแต่ไม่ใช่คนอิสระ
เธอหรี่ตา
"พี่ชายของนาง…"เธอพึมพำ"อาจไม่เคยหายไป"
ช่วงบ่ายจ้าวอวิ๋นเซียวเรียกเสิ่นอวี้มาพบอีกครั้ง
ไม่ใช่ในคลังเอกสารแต่ในศาลาเล็กริมสวน
ลมพัดเบาไม่มีขุนนางไม่มีคนเฝ้าใกล้
"ข้ามีคำถามหนึ่ง"เขาพูดตรง ๆ
เสิ่นอวี้นิ่งฟัง
"พี่ชายของเจ้าเคยทำงานกับเอกสารประเภทใด"
นางคิดครู่หนึ่ง
"เขามักได้ดูเอกสารที่ถูกส่งมาจากเมืองอื่นก่อนจะคัดสำเนาเพคะ"
คำตอบนั้นทำให้จ้าวอวิ๋นเซียวแน่ใจขึ้น
คนที่อ่านเอกสารก่อนคือคนที่รู้ว่าอะไรไม่ควรถูกเก็บ
"เสิ่นอวี้"เขากล่าวเบา ๆ
"ถ้าพี่ชายของเจ้ายังมีชีวิตอยู่แต่ถูกทำให้ไม่มีตัวตนเจ้าจะทำอย่างไร"
คำถามนั้นทำให้นางหยุดหายใจไปครู่หนึ่ง
"ข้า…"เสียงนางสั่นเล็กน้อย
"ข้าไม่รู้"
นางเงยหน้าขึ้น
"แต่ถ้าเขายังมีชีวิตอย่างน้อยข้าอยากรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน"
โม่ซือนั่งอยู่บนกิ่งไม้เหนือศาลา
มันมองทั้งสองคนเงียบ ๆก่อนจะหรี่ตา
"ดี"มันพึมพำ
"เรื่องเริ่มใหญ่ขึ้นแล้ว"
หางแมวขยับช้า ๆ
"เพราะถ้าคนที่ถูกลบยังมีชีวิต"
นั่นแปลว่าใครบางคนในวังกำลังเก็บความจริงไว้
ไม่ใช่เพื่อปกปิด
แต่เพื่อใช้มันในวันที่เหมาะสม
และในวังหลวงเทียนเหิงชื่อที่ถูกลบออกจากบันทึก
กำลังเริ่มกลับมาทีละเส้น
เหมือนคนที่ไม่ควรมีตัวตน
แต่ยังหายใจอยู่ที่ไหนสักแห่ง
