บทที่ 1-เด็กชายใต้เงาไม้
เสียงใบไม้แตกดังกรอบแกรบสะท้อนอยู่ในผืนป่าชื้น เด็กชายร่างผอมบางพุ่งตัวผ่านพุ่มไม้ด้วยความรวดเร็วเกินวัย เท้าเปล่าเหยียบดินชื้นสลับกับรากไม้ที่โผล่พ้นพื้นอย่างคล่องแคล่ว
ฟานเย่ไม่กล้าหันกลับไปมอง
เสียงคำรามต่ำดังไล่หลังมาไม่ห่าง กลิ่นคาวเลือดลอยมากับสายลม ทำให้หัวใจของเด็กชายอายุสิบปีเต้นรัวราวกับจะหลุดออกจากอก
"เร็วอีกนิด… อีกนิดเดียว…"
เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะกระโดดเกาะกิ่งไม้ต่ำแล้วปีนขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างเล็กเคลื่อนไหวเหมือนลิงป่า กระโดดจากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งโดยแทบไม่ลังเล
ด้านล่าง สัตว์อสูรขนสีเทาดำขนาดเท่าวัวกระโจนตามมา เขี้ยวยาวโผล่พ้นริมฝีปาก น้ำลายหยดลงบนพื้นดิน
หมาป่าเคี้ยวอสูร
สัตว์ร้ายที่แม้แต่นักล่าผู้ใหญ่ในหมู่บ้านยังไม่กล้าเผชิญหน้า
ฟานเย่กลั้นหายใจแน่น ขณะที่ร่างของมันกระโจนใส่ต้นไม้ที่เขาเพิ่งทิ้งมา เสียงไม้แตกดังสนั่น
"ทำไมต้องมาเจอวันนี้ด้วย…"
เขาเพียงแค่อยากเข้าป่ามาเก็บผลไม้เหมือนทุกครั้งเท่านั้น
กิ่งไม้ข้างหน้าสั่นไหว เด็กชายกระโดดข้ามไปอีกต้น แต่ปลายเท้ากลับพลาดเล็กน้อย ร่างเสียหลักก่อนจะกระแทกกับลำต้นอย่างแรง
ความเจ็บแล่นขึ้นมาจนตาพร่า
เสียงคำรามดังขึ้นใกล้กว่าเดิม
หมาป่าเคี้ยวอสูรเงยหน้ามองขึ้นมา ดวงตาสีแดงฉานจ้องเขม็งราวกับเจอเหยื่อที่หนีไม่พ้น
ฟานเย่กัดฟันแน่น มือสั่นเล็กน้อย
นี่อาจเป็นจุดจบของเขาแล้วจริง ๆ
ทันใดนั้น
เสียงลมแหวกอากาศดังขึ้น
เงาร่างหนึ่งตกลงมาจากยอดไม้ด้านบน ดาบในมือสะท้อนแสงแดดวาบเดียว ก่อนที่ร่างของหมาป่าอสูรจะกระเด็นไปกระแทกพื้นอย่างรุนแรง
เสียงเงียบลงในพริบตา
เด็กชายเบิกตากว้าง มองหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
นางสวมชุดฝึกสีขาวอ่อน ผมยาวสีดำปลิวไหวตามแรงลม สีหน้าสงบนิ่งราวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา
หมาป่าอสูรพยายามลุกขึ้นอีกครั้ง แต่เพียงนางสะบัดดาบเบา ๆ พลังลมปรานก็พุ่งออกไป ร่างของมันล้มลงแน่นิ่ง
ทุกอย่างจบลงในเวลาไม่กี่ลมหายใจ
ฟานเย่ยังพูดไม่ออก
หญิงสาวหันกลับมามองเขา ดวงตาใสเย็นสงบ แต่ไม่ได้เย็นชาจนน่ากลัว
"เจ้าปีนต้นไม้เก่งดีนี่"
เสียงของนางเรียบง่าย
เด็กชายกระพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะรีบพยักหน้าโดยไม่รู้จะตอบอะไร
"ข้า… ข้าแค่หนีเอาตัวรอด…"
หญิงสาวมองสำรวจเขาอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
"เจ้าอายุเท่าไรหรือ?"
"สิบปี"
นางเลิกคิ้วเล็กน้อย คล้ายแปลกใจ
"ยังไม่ปลุกลมปราน แต่หนีหมาป่าเคี้ยวอสูรมาได้ถึงตรงนี้… เจ้าสุดยอดเลยนะ"
ฟานเย่ไม่เข้าใจคำพูดทั้งหมด แต่ก็รู้ว่านางกำลังชมเขา
ลมพัดผ่านยอดไม้ เสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ ความหวาดกลัวเมื่อครู่ค่อย ๆ จางหาย เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่เขาอธิบายไม่ถูก
เหมือนโลกที่เขาเคยรู้จัก… กำลังเปิดออก
หญิงสาวเก็บดาบเข้าฝัก ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินจากไป
ฟานเย่รีบร้องเรียก
"เดี๋ยวก่อน! พี่สาว"
นางหยุดฝีเท้า
เด็กชายลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามออกไปตรง ๆ
"เมื่อกี้… นั่นคือพลังของจอมยุทธ์ใช่ไหม?"
หญิงสาวหันกลับมาเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นบาง ๆ
"ใช่"
คำตอบสั้น ๆ แต่ทำให้หัวใจของเด็กชายเต้นแรงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เขามองดาบในมือของนาง มองสัตว์อสูรที่ล้มลง และมองท้องฟ้ากว้างเหนือผืนป่า
โลกภายนอกหมู่บ้าน… ช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน
หญิงสาวมองเขาอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยถามประโยคหนึ่งที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเขาไปตลอดกาล
"เจ้าอยากเป็นจอมยุทธ์หรือไม่?"
ฟานเย่นิ่งไปชั่วขณะ
ลมพัดผ่านหน้าผากของเขาเบา ๆ โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า ผิวหนังบริเวณนั้นร้อนวูบขึ้นเพียงชั่วครู่… ก่อนจะกลับเป็นปกติ
เด็กชายกำหมัดแน่น
"อยากสิ ข้าอยากเก่งเหมือนพี่สาวและช่วยผู้ที่อ่อนแอ"
เขาทำท่าทีตื่นเต้นและสนใจ
หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อย
"ถ้าเช่นนั้น…วันพรุ่งนี้ เจ้ามาเจอข้าบนภูเขา"
นางพูดก่อนจะชี้ไปยังอีกทางหนึ่ง
"จริงสิ ข้าชื่อ ลู่หยาน ไว้เจอกันพรุ่งนี้"
นางกระโดดขึ้นสู่ยอดไม้ และหายไปในพริบตา
ฟานเย่ยืนอยู่กลางป่าเพียงลำพัง หัวใจยังเต้นแรง แต่ในดวงตากลับมีแสงบางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
วันนั้น เขายังไม่รู้เลยว่า
การพบกันครั้งนี้ จะกลายเป็นคำสัญญาที่ทำให้เขาต้องก้าวเดินไปไกล… จนถึงเหนือเก้าชั้นฟ้า
