เสิ่นอวี้ไม่ได้ตั้งใจจะพูดในวันนั้น
นางเพียงทำงานตามปกติเรียงเอกสารคัดสำเนาตรวจลำดับเวลาอย่างเงียบงัน
จนกระทั่งเอกสารแผ่นหนึ่งถูกวางลงบนโต๊ะไม่แรงไม่ดังแต่ผิดตำแหน่ง
เป็นเอกสารที่นางไม่ควรได้เห็นแม้จะเห็นเพียงขอบกระดาษ
เสิ่นอวี้เงยหน้าขึ้นเห็นจ้าวอวิ๋นเซียวยืนอยู่ตรงหน้า
ไม่ใช่ท่าทีของผู้มาจับผิดไม่ใช่ท่าทีของผู้คุ้มกันเป็นเพียงคนที่หยุดยืนเหมือนอยากแน่ใจว่าอีกฝ่ายยังอยู่ตรงนั้นจริง ๆ
"เจ้าสบายดีหรือไม่"เขาถามเสียงเรียบเหมือนถามเรื่องอากาศ
เสิ่นอวี้ชะงักเล็กน้อยก่อนจะคำนับ
"เพคะ"
คำตอบสั้นแต่ไม่ตรงคำถาม
จ้าวอวิ๋นเซียวไม่เร่งไม่ซักเพียงนั่งลงตรงข้ามโดยไม่ถืออำนาจมาด้วย
ความเงียบยาวกว่าปกติ
และนั่นเองที่ทำให้นางตัดสินใจ
"หม่อมฉัน…"เสิ่นอวี้เริ่มแล้วหยุด
ไม่ใช่เพราะกลัวแต่เพราะกำลังเลือกคำ
"หม่อมฉันไม่ได้เข้าวังเพราะอยากรู้ความลับใด ๆ"
เขาพยักหน้าราวกับรู้อยู่แล้ว
"แต่หม่อมฉันเคยเห็นรายชื่อบางรายตั้งแต่ยังอยู่ที่สำนักเมืองหลินโจว"
จ้าวอวิ๋นเซียวเงยหน้าขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่เพราะตกใจแต่เพราะตั้งใจฟัง
"มันไม่ใช่เอกสารใหญ่"นางกล่าวต่อ"ไม่มีตราไม่มีชื่อผู้สั่งแค่รายชื่อที่ถูกขีดไว้เหมือนคนที่ไม่ควรถูกจำ"
นางหยุดอีกครั้งสูดลมหายใจก่อนจะพูดต่อ
"หม่อมฉันไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับอะไรไม่รู้ว่ามาจากที่ใดแต่รู้ว่า…รายชื่อพวกนั้นไม่ควรถูกเก็บแบบนั้น"
นี่คือสิ่งที่นางเลือกพูด
ไม่พูดถึงผ้าผืนเก่าไม่พูดถึงอักษรที่คล้ายชื่อไม่พูดถึงความรู้สึกที่เหมือนถูกความทรงจำเรียกหา
จ้าวอวิ๋นเซียวมองนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามเพียงคำเดียว
"เจ้ายังจำชื่อพวกนั้นได้หรือไม่"
เสิ่นอวี้ส่ายหน้า
"ไม่ทั้งหมดเพคะ"นางตอบ"แต่จำได้ว่ามีชื่อหนึ่ง…ไม่ควรถูกขีด"
คำตอบนั้นไม่สมบูรณ์แต่จริง
และความจริงแบบนี้อันตรายน้อยกว่าการพูดทั้งหมด
เขาลุกขึ้นวางเอกสารกลับเข้าที่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ก่อนจะพูดโดยไม่หันกลับมา
"ตั้งแต่นี้ถ้าเจ้าเห็นอะไรที่รู้สึกว่า 'ไม่ควรอยู่ตรงนั้น'ไม่ต้องจัดการเอง"
เขาหยุดเพียงเสี้ยววินาที
"มาบอกข้า"
เสิ่นอวี้ยืนอยู่กับที่ไม่ได้ตอบรับแต่หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
คืนนั้นเสิ่นอวี้นั่งอยู่ในห้องถือผ้าผืนเก่าไว้ในมือ
นางรู้ดีว่าวันนี้นางพูดไปเพียงส่วนหนึ่ง
พอให้คนฟังเริ่มระวังแต่ยังไม่มากพอจะต้องลงมืออะไร
"ข้ายังไม่พร้อม"นางกระซิบกับตัวเอง
นางไม่รู้ว่าการเก็บเงียบนี้คือการปกป้องหรือการผัดผ่อน
แต่ในวังหลวงการเลือกพูดและการเลือกไม่พูดล้วนมีราคา
โม่ซือยืนอยู่ใต้แสงจันทร์มองหน้าต่างห้องนั้นจากไกล ๆ
"ฉลาดดี"มันพูดเบา ๆ"พูดพอให้รอดแต่ไม่มากพอจะถูกใช้"
หางมันขยับช้า ๆ
"ต่อไป…ไม่ใช่แค่ว่าใครรู้มากกว่าแต่ใครจะอดทนได้นานกว่า"
